6 ขุดเพชรในพระไตรปิฏก Podcast Por ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana arte de portada

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฏก

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฏก

De: ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana
Escúchala gratis

OFERTA POR TIEMPO LIMITADO | Obtén 3 meses por US$0.99 al mes

$14.95/mes despues- se aplican términos.
ในพระไตรปิฏกมีอะไร ทำความเข้าใจไปทีละข้อ, เปิดไปทีละหน้า, ให้จบไปทีละเล่ม, พบกับพระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณโณ และ คุณเตือนใจ สินธุวณิก, ล้อมวงกันมาฟัง มั่วสุมกันมาศึกษา จะพบขุมทรัพย์ทางปัญญา ในช่วง "ขุดเพชรในพระไตรปิฏก". New Episode ทุกวันเสาร์ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org

Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

2024 panya.org
Espiritualidad
Episodios
  • อย่าด่วนตัดสินใจเชื่อ ให้พิจารณาด้วยเงื่อนไข [6902-6t]
    Jan 9 2026
    หมวดธรรม 3 ประการ ในมหาวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องใหญ่ข้อที่ 65 สรภสูตร ว่าด้วยปริพาชกชื่อว่าสรภะ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ สรภปริพาชก (ผู้ที่เคยบวชในพุทธศาสนาแล้วสึกออกไป) ไปป่าวประกาศว่าเขารอบรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว และที่เขาลาสึกออกมาก็เพราะเขารู้แจ้งเห็นจริงในธรรมเหล่านั้น (ในเชิงสบประมาท) เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบ จึงเสด็จไปหาเขาถึงที่พักและอนุญาตให้เขาแสดงสิ่งที่เขารู้ว่ามีอะไรบ้างที่ยังไม่บริบูรณ์ พระองค์จะช่วยเติมให้ แต่ถ้าบริบูรณ์แล้วพระองค์จะทรงอนุโมทนา ปรากฏว่า สรภปริพาชกกลับนิ่งเงียบ ไม่สามารถตอบอะไรได้เลย จนถูกเพื่อนปริพาชกด้วยกันรุมตำหนิและเปรียบเปรยว่า "อยากจะคำรามเหมือนราชสีห์ แต่ทำได้แค่เห่าหอนเหมือนสุนัขจิ้งจอก"ในพระสูตรนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดง "ความจริงอันไม่อาจโต้แย้งได้" โดยหากใครพยายามจะคัดค้านพระองค์ใน 3 ประเด็นหลัก ที่เมื่อถูกซักถามด้วยเหตุผล ผู้นั้นมักจะแสดงอาการ 3 อย่าง (พูดกลบเกลื่อน โกรธ หรือนิ่งอั้น) ซึ่งประเด็นที่พระองค์ทรงยืนยัน (บันลือสีหนาท) ดังนี้:1. ความเป็นผู้ตรัสรู้ชอบ (สัมมาสัมพุทธะ) : ไม่มีใครสามารถค้านได้ว่าธรรมที่พระองค์ทรงปฏิญญาว่าตรัสรู้นั้น พระองค์ยังไม่รู้จริง พระองค์ทรงรอบรู้ในสิ่งที่ทรงสอนอย่างแท้จริงตามหลักเหตุและผล2. ความเป็นผู้สิ้นอาสวะ (ขีณาสพ) : ไม่มีใครสามารถพิสูจน์หรือคัดค้านได้ว่า อาสวะกิเลสของพระองค์ยังไม่สิ้นไป พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากกิเลสโดยสิ้นเชิงตามที่ทรงประกาศไว้3. ความศักดิ์สิทธิ์ของพระธรรม (นิยยานิกธรรม) : ไม่มีใครสามารถค้านได้ว่า "ธรรมที่พระองค์แสดงนั้น ปฏิบัติแล้วไม่นำไปสู่ความสิ้นทุกข์" หากผู้ใดปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง ย่อมถึงความดับทุกข์ได้จริงแน่นอน ข้อที่ 66 เกสปุตติสูตร ว่าด้วยกาลามะชาวเกสปุตตนิคม ชาวกาลามะเกิดความสับสนเพราะมีสมณพราหมณ์หลายกลุ่มแวะเวียนมาสอน โดยแต่ละกลุ่มมักจะยกย่องคำสอนตนเองและเหยียดหยามคำสอนของผู้อื่น ชาวกาลามะจึงทูลถามพระพุทธเจ้าว่า "จะรู้ได้อย่างไรว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ?" ...
    Más Menos
    55 m
  • ฝีมีปากแผล 9 แห่ง [6901-6t]
    Jan 2 2026
    หมวดธรรม 9 ประการใน สีหนาทวรรค หมวดว่าด้วยการบันลือสีหนาทข้อที่ 14 สมิทธิสูตร ว่าด้วยเรื่องวิตก เป็นบทสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรกับท่านพระสมิทธิในหัวข้อเรื่อง สังกัปปวิตก (วิตกอันเป็นความดำริ) คือ ความนึกคิด ซึ่งในบทสนทนานั้นท่านพระสารีบุตรเป็นผู้กล่าวสอบถาม แล้วท่านพระสมิทธิเป็นผู้กล่าวตอบ โดยมีใจความสำคัญดังนี้1. วิตกเกิดขึ้นเพราะอะไร: มี "นามรูป" (ร่างกายและจิตใจ/สิ่งที่ถูกรู้) เป็นอารมณ์2. วิตกต่างกันเพราะอะไร: เพราะ "ธาตุ" ต่างๆ (สภาวะทางธรรมชาติ เช่น อกุศลวิตก ได้แก่ กามวิตก, พยาบาทวิตก, วิหิงสาวิตก และ กุศลวิตก ได้แก่ เนกขัมมวิตก, อพยาปาทวิตก, อวิหิงสาวิตก)3. วิตกเกิดจากอะไร: มี "ผัสสะ" (การกระทบ) เป็นเหตุเกิด4. วิตกมีอะไรเป็นที่ประชุมลง: มี "เวทนา" (ความเสวยอารมณ์) เป็นที่ประชุมลง5. วิตกมีอะไรเป็นยอด: มี "สมาธิ" เป็นยอด (ประมุข)6. วิตกมีอะไรเป็นใหญ่: มี "สติ" เป็นใหญ่7. วิตกมีอะไรเป็นยิ่ง: มี "ปัญญา" เป็นยิ่ง8. วิตกมีอะไรเป็นแก่น: มี "วิมุตติ" (ความหลุดพ้น) เป็นแก่น9. วิตกหยั่งลงในไหน: มี "อมตะ" (พระนิพพาน) เป็นที่หยั่งลง ข้อที่ 15 คัณฑสูตร ว่าด้วยฝีมีปากแผล 9 แห่ง การเปรียบเทียบ ร่างกายมนุษย์ว่ามีสภาพไม่น่าดู มีแต่ของสกปรกเหมือนฝีมีปากแผลที่น่ารังเกียจ 9 แห่ง (ทวารทั้ง 9 ได้แก่ ตา 2, หู 2, จมูก 2, ปาก 1, ทวารหนัก 1, ทวารเบา 1) มีกลิ่นเหม็นไหลออกมาและไหลเข้าได้เช่นกัน เพื่อให้พระภิกษุเบื่อหน่ายในกามคุณและเห็นโทษของร่างกาย (อสุภกรรมฐาน) ข้อที่ 16 สัญญาสูตร ว่าด้วยสัญญา เป็นพระสูตรที่ว่าด้วย สัญญา 9 ประการ ซึ่งเมื่อบุคคลเจริญและทำให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ (พระนิพพาน) มีอมตะเป็นที่สุด ได้แก่1. อสุภสัญญา: การกำหนดหมายความไม่งามในกาย2. มรณสัญญา: การกำหนดหมายความตายที่จะต้องมาถึงเป็นธรรมดา3. อาหาเร ปฏิกูลสัญญา: การกำหนดหมายความปฏิกูลในอาหาร4. สัพพโลเก อนภิรตสัญญา: การกำหนดหมายความไม่น่าเพลิดเพลินในโลกทั้งปวง5. อนิจจสัญญา: การกำหนดหมายความไม่เที่ยงแห่งสังขาร (ขันธ์ห้าไม่เที่ยง)6. อนิจเจ ทุกขสัญญา:กำหนดหมายความเป็นทุกข์ในความไม่เที่ยงแห่งสังขาร (...
    Más Menos
    57 m
  • เป้าหมายแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ [6852-6t]
    Dec 26 2025
    หมวดข้อธรรม 9 ประการใน สีหนาทวรรค หมวดว่าด้วยการบันลือสีหนาทข้อที่ 11 สีหนาทสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาท กล่าวถึงเรื่องราวของท่านพระสารีบุตรที่ได้บันลือสีหนาท (การประกาศอย่างองอาจ) ต่อหน้าพระพุทธเจ้า หลังจากถูกภิกษุรูปหนึ่งกล่าวหาว่า ท่านพระสารีบุตรกระทบกระทั่งตนแล้วเดินจากไปโดยไม่ขอขมา ท่านพระสารีบุตรได้แสดงความบริสุทธิ์ของจิตตนเอง โดยได้แสดงธรรมกายคตาสติเปรียบเทียบจิตของท่านกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อแสดงว่าท่านไม่มีความถือตัวหรือพยาบาท ดังนี้1. ดุจแผ่นดิน: แผ่นดินย่อมรองรับทั้งของสะอาดและของโสโครก (อุจจาระ ปัสสาวะ) โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือระอา2. ดุจน้ำ: น้ำย่อมล้างทั้งของสะอาดและของสกปรกได้โดยไม่รังเกียจ3. ดุจไฟ: ไฟย่อมเผาทั้งของสะอาดและของสกปรกได้โดยไม่สะทกสะท้าน4. ดุจลม: ลมย่อมพัดผ่านทั้งของหอมและของเหม็นได้โดยไม่หวั่นไหว5. ดุจผ้าเช็ดธุลี: ผ้าที่ใช้เช็ดของสกปรกย่อมไม่รังเกียจสิ่งที่เช็ด6. ดุจเด็กจัณฑาล: เด็กจัณฑาลที่ถือกระเบื้องขอทาน ย่อมมีความอ่อนน้อม ไม่ถือตัวเมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน7. ดุจวัวเขาขาด: วัวที่เขาขาด ย่อมมีความเสงี่ยมเจียมตัว ไม่คิดทำร้ายใคร8. ดุจการรังเกียจซากศพ: ท่านระอาและรังเกียจร่างกายของตนเอง เหมือนคนหนุ่มสาวที่รักความสะอาดแต่ต้องแบกซากศพงูหรือซากศพสุนัขไว้ที่คอ9. ดุจมันเหลว: ท่านบริหารร่างกายนี้เหมือนคนที่ต้องถือถาดมันเหลวที่มีช่องทะลุไหลเยิ้มอยู่เสมอ (เปรียบถึงกายที่เป็นของไม่งาม)เมื่อพระสารีบุตรบันลือสีหนาทจบลง ภิกษุผู้กล่าวหาเกิดความสลดใจและยอมรับผิดว่าตนกล่าวตู่พระสารีบุตรด้วยความเท็จ พระพุทธเจ้าจึงให้พระสารีบุตรอดโทษแก่ภิกษุรูปนั้นเพื่อความเจริญในพระธรรมวินัย ข้อที่ 12 สอุปาทิเสสสูตร ว่าด้วยสอุปาทิเสสบุคคล พระสูตรนี้จำแนกอริยบุคคลที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ (ยังมีกิเลสเหลือ หรือมีเชื้อแห่งภพเหลือ) ออกเป็น 9 จำพวก ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อตายไปจะ "พ้นจากนรก กำเนิดเดรัจฉาน และเปรตวิสัย" และเป็นผู้เที่ยงแท้ต่อการตรัสรู้ในอนาคต โดยได้แบ่งบุคคลผู้บรรลุธรรมขั้นต้นและขั้นกลางไว้ 9 จำพวก ...
    Más Menos
    55 m
Todavía no hay opiniones